หลักการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะกับการใช้งาน

        อย่างที่เราทราบกันดีว่าสีทาบ้านนั้นมีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นสีน้ำอะครีลิค  ,สีน้ำมันสีกันสนิม สีเคลือบไม้ ถึงแม้แต่สีย้อมไม้สีต่างๆเหล่านี้มักเหมาะกับวัสดุที่แตกต่างกันออกไปซึ่งในการก่อสร้างบ้านนั้นเราจะใช้วัสดุทั้งที่แบบเป็นไม้เป็นเหล็ก

รวมถึงเป็นผนังคอนกรีตก็มีดังนั้นการเลือกสีที่เหมาะสมกับการใช้งานจะทำให้บ้านของเรามีสีที่คงทนติดนานไม่ลอกง่ายและสิ่งต่างๆก็ยังมีหลายเกรดให้ลูกค้าเลือกซึ่งแบ่งเกรดการใช้งานเป็นพวกเกรด A ,B ,C และ D ดังนั้นหากเราเลือกไม่ดีก็จะทำให้บ้านของเราที่ลงทุนตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

อาจจะไม่สวยตาเพราะปัญหาสีหลุดร่อนได้เรามาดูกันว่าสีชนิดไหนเหมาะกับวัสดุแบบไหนบ้างเพื่อที่เวลาเรานำไปใช้ทาบ้านเราจะได้เลือกที่ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน 

         สำหรับการใช้สีทาฝ้าเพดานหรือผนังคอนกรีตนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วช่างทาสีมักจะเลือกสีที่มีเกรดชั้นดีนั่นก็คือเกรด A โดยการเน้นการใช้สีนั้นการเน้นสีด้านนอกให้มีราคาสูงและใช้เกรดดีกว่าสีด้านในเนื่องจากสีด้านนอกนั้นจะต้องทนแดดทนฝนดังนั้นหากเราใช้ของเกรดที่ไม่ดีอาจจะทำให้เราพบปัญหาใช้ไปนานๆแล้วสีหลุดร่อนทำให้บ้านไม่สวยงามได้

ซึ่งสีใช้ทาพวกผนังปูนนั้นเราจะใช้เป็นสีน้ำอะครีลิคซึ่งสีน้ำนี้จะมีสูตรทั้งภายนอกและภายในจะไม่สามารถใช้ปนกันได้และสำหรับหากบ้านไหนที่มีการสร้างบ้านด้วยการใช้ไม้ซะส่วนใหญ่หรืออาจจะใช้เป็นเหล็กสามารถใช้สีน้ำมันในการทาได้หรือบางครั้งหากอยากให้สีมีความสวยงามก็สามารถใช้สีย้อมไม้ซึ่งสีย้อมไม้นี้จะทำให้เจ้าของบ้านพึงพอใจ

เนื่องจากว่าสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการสีแบบไหนโดยส่วนใหญ่แล้วช่างจะใช้สีย้อมไม้กับงานเฟอร์นิเจอร์ที่เอาไว้ตกแต่งบ้านหลังจากนั้นก็จะมีการใช้สีเคลือบไม้ซึ่งจะเป็นพวกแลคเกอร์เอาไว้ทาเพื่อรักษาเนื้อไม้หรือทำลวดลายของไม้ให้เป็นลวดลายแบบธรรมชาติและถ้าหากเป็นเหล็กสิ่งที่ไม่ควรลืมทาอย่างยิ่งก็คือสีกันสนิมโดยส่วนใหญ่แล้วช่างทาสีจะใช้ทารองพื้นที่เหล็กก่อน

ก่อนที่จะมีการทาสีเหล็กเป็นสีอื่นเพื่อให้เหล็กสามารถใช้งานทนทานได้นานเวลาถูกแดดถูกฝนก็จะไม่ขึ้นสนิมส่วนไก่ของสีนั้นอย่างที่บอกว่ามีมากมายหลายเกรดแต่ส่วนใหญ่ควรจะเลือกเกรดดีๆถึงแม้จะมีราคาแพงขึ้นมาหน่อยแต่ก็เหมาะกับการนำมาทาบ้าน

เพราะการทาสีบ้านนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะทาครั้งเดียวแล้วใช้งานได้นานมึงพูดดีๆนั้นจะมีการรับประกันสีอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปีในขณะที่เกรดต่ำลงมาอย่างเช่นเกรด 4 หรือเกรดดีนั้นจะรับประกันแค่ประมาณปีกว่าๆเท่านั้นซึ่งสีพวกนี้จะเป็นลักษณะของการผสมสีทำให้สีจะหลุดร่อนได้ง่ายและเร็วกว่าสีเกรดดีๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน

เรื่องนี้ถูกเขียนใน การจัดตกแต่งบ้าน และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *